วันนี้มีของอร่อยมาฝากกันเหมือนเดิม


จะพาไปลอง มื้อ Dinner ชิล ๆ ชมเมืองกรุงกัน ในอีกมุมมอง
กับที่ "
The Roof " ที่ตั้งอยู่บนชั้น 25
ของโรงแรม
Siam@Siam Design Hotel Bangkok
มาถึงแล้วก็กดลิฟต์ขึ้นมาได้เลยฮะ บนนี้จะมีทั้ง The Roof และ La Vue
ในส่วนของเดอะรูฟ ก็จะเดินขึ้นบันไดต่อไปอีกนิด
The Roof ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม
เป็นแนว Rest & Bar ชิล ๆ ในบรรยากาศโอเพ่นแอร์
สามารถชมวิวกรุงเทพได้แบบสุดสายตาอีกที่นึงเลยครับ
จะมามุมนั่งจิบเครื่องดื่ม คุยกันชิล ๆ ก็ได้
บรรยากาศ ปลอดโปร่ง โล่ง มองเห็นไปถึงสะพานพระราม 8 เลยทีเดียว
หรือจะหามุม Dinner กันแบบนี้ก็แล้วแต่ ชิลทั้งคู่ครับ
ยิ่งเดือน พย. - ธค. ที่มีลมหนาวเย็น ๆ เข้ามานี่ คงฟินมากก
หามุม เหมาะ ๆ ได้แล้ว ก็มาลองเครื่องดื่มกันก่อน
กับเมนู Giant Cocktail
ตอน พนง. ยกมาเสิร์ฟนี่ ตะลึง งึงงัน กันไปทั้งโต๊ะ !!
เพราะมาในโถแก้ว แบบว่า ใหญ่มากกกกกกกกก
เหมาะสำหรับ 3-4 คน ขึ้นไป รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ หอมกลิ่นผลไม้สด
ขนมปังมาเสิร์ฟเป็นอย่างแรก
มาในถุงผ้า ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิเอาไว้ ไม่ให้เย็นเร็วเกินไป
เสิร์ฟพร้อมเนยสด รสเค็มกำลังดี
ตัวขนมปังเหนียวนุ่ม ผิวกรอบ ๆ
เมนูแรก มาที่จานสลัดกันก่อน กับ สลัดนีซัว
เป็นสลัดผักที่เสิร์ฟพร้อม ปลาทูน่าสด ที่กริลแค่ด้านนอกพอสุก
พร้อมเนื้อล็อบสเตอร์สไลด์ และ Poached Egg
เวลาทาน ต้องคลุกตัว Poached Egg ให้แตก พร้อมราดน้ำสลัดลงไป
รสเปรี้ยว หอม ๆ จากบัลซามิก จานนี้ราคา 550.- ครับ
ต่อกันที่ซุปฟัวกราส์ กับ เนื้อวากิว
เมนูนี้ เป็น แบบครีมซุป แต่ เนื้อไม่เข้มข้นมากนักครับ
ซดได้สบาย ๆ จนหมดถ้วยแบบไม่เลี่ยนเลย
ใส่ฟัวกราส์ที่กริลมาเกรียม ๆ
นอกจากฟัวกราส์ ยังมีเนื้อวากิว ที่สุกแบบมีเดียมแรมาด้วยอีกชิ้น
เนื้อนุ่ม มาก ๆ ฮะ จานนี้ราคา 690.-
จานต่อมาเป็น ปลา Sable
ที่เสิร์ฟในซอสน้ำมันมะกอก
ปลา Sable นี่ ก็ประมาณ ปลาหิมะครับ ญาติ ๆ กัน
เป็นปลาทะเลน้ำลึก(มาก) อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค
เนื้อขาวจั๊วะ แถมนุ่มมาก
เชฟทำมาได้สุกแบบพอดีมาก ๆ ครับ
เนื้อปลายังนุ่ม และ ไม่แห้ง เมนูนี้ ราคา 850.-
เมนูถัดมา เป็น
Occitane snail fricassee , espilette bayonne ham & sheep’s milk cheese
หรือ หอยทากจากฝรั่งเศส นั่นเองครับ
มากับซอส และ เสิร์ฟพร้อมขนมปัง
ตัวซอส ได้รสเข้มข้น จากชีสนมแกะ มัน ๆ
ทานคู่กับ บาแก็ต ที่อบมา กรอบ ๆ เมนูนี้ 550.-
ที่ The Roof นี่ จะมีเมนู Stone Grill ที่ขึ้นชื่อของเค้าด้วยฮะ
จะเสิร์ฟเป็น หินร้อน ก้อนโต ๆ แบบนี้ มาให้เรากริลล์เองที่โต๊ะเลย
โดยจะมี เนื้อ ต่าง ๆ ให้เลือกได้
เมนูแรก ลองเป็น Tuna
เสิร์ฟมาชิ้นใหญ่ หนา ๆ แบบนี้ พร้อมซอส 3 แบบ
ทูน่าไม่จำเป็นต้องให้สุกมากครับ ไม่งั้นเนื้อจะแข็งเกินไป
จานนี้ราคา 890.-
อีกเมนู เลือกเป็น ไก่ มาเป็น ส่วนอก ชิ้นโตมาเลย
ก็นั่งกริลล์กันไป หนุกหนาน
หินนี่ให้ความร้อนได้นานพอสมควรครับ
กะว่าเอาให้สุกเกรียม ๆ ยังได้ จานนี้ 490.-
กลางคืนบรรยากาศ ชิล ๆ ดีฮะ
เลยเปลี่ยนเครื่องดื่ม มาเป็น Krombacher Dark Beer ซะหน่อย
เอาใจคนรักแซลมอนกัน กับเมนู Pan-seared Norwegian Salmon
ปลาชิ้นหนา ๆ เสิร์ฟพร้อมมันบดสีสวย ราคา 890.-
แซลมอน เนื้อนุ่ม มัน อร่อยครับจานนี้
อีกเมนู กับ พาสต้า
เป็น ลิงกวินี่ ผัดซอสไวน์แดงกับแซลมอน
ปลาชิ้นโตมาก เส้นหนึบกำลังดี ซอสกลมกล่อม จานนี้ 750.-
ของหวาน จานแรกเป็น Chocolate Trio
เป็นมูสช็อคโกแลต 3 แบบ ที่เสิร์ฟมาพร้อม ช็อคโกแลตซอส
รสของมูสแต่ละแบบ จะแตกต่างกัน
แต่เวลาเราทานรวมกันแล้วมันจะไปฟินในปากอ่ะคับ เมนูนี้ 390.-
ต่อด้วย Green Tea Tiramisu
ที่เปลี่ยนครีมกาแฟแบบเดิม ๆ มาเป็นชาเขียว
ก็ แปลกใหม่ดีคับ เปลี่ยนจากทีรามิสุแบบเดิม ๆ
เมนูนี้ 290.-
สุดท้าย เป็น Apple Crumble ราคา 290.-
เวลาทานให้ตักลงไปถึงก้นถ้วย
จะมีทีเด็ดซ่อนอยู่ครับ เป็น White Chocolate ชิ้น ๆ ฮะ
ก็เป็น อีกที่สำหรับมื้อ Dinner กับ บรรยากาศ ชิล ๆ บนชั้นสูงสุด
เก็บไว้เป็นอีกทางเลือก สำหรับฤดูหนาวนี้ครับ
รูปร้านที่ยังไม่ได้รีวิว เอาใส่เพจไว้ให้ชมกันก่อน ขอบคุณค้าบบ

https://www.facebook.com/reviewbenz47
[SR] อร่อย อร่อย มื้อ Dinner ชิล ๆ ชมวิว เมืองกรุง สบาย ๆ @ " The Roof " ( Siam@Siam Design Hotel Bangkok )
จะพาไปลอง มื้อ Dinner ชิล ๆ ชมเมืองกรุงกัน ในอีกมุมมอง
กับที่ " The Roof " ที่ตั้งอยู่บนชั้น 25
ของโรงแรม Siam@Siam Design Hotel Bangkok
มาถึงแล้วก็กดลิฟต์ขึ้นมาได้เลยฮะ บนนี้จะมีทั้ง The Roof และ La Vue
ในส่วนของเดอะรูฟ ก็จะเดินขึ้นบันไดต่อไปอีกนิด
The Roof ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม
เป็นแนว Rest & Bar ชิล ๆ ในบรรยากาศโอเพ่นแอร์
สามารถชมวิวกรุงเทพได้แบบสุดสายตาอีกที่นึงเลยครับ
จะมามุมนั่งจิบเครื่องดื่ม คุยกันชิล ๆ ก็ได้
บรรยากาศ ปลอดโปร่ง โล่ง มองเห็นไปถึงสะพานพระราม 8 เลยทีเดียว
หรือจะหามุม Dinner กันแบบนี้ก็แล้วแต่ ชิลทั้งคู่ครับ
ยิ่งเดือน พย. - ธค. ที่มีลมหนาวเย็น ๆ เข้ามานี่ คงฟินมากก
หามุม เหมาะ ๆ ได้แล้ว ก็มาลองเครื่องดื่มกันก่อน
กับเมนู Giant Cocktail
ตอน พนง. ยกมาเสิร์ฟนี่ ตะลึง งึงงัน กันไปทั้งโต๊ะ !!
เพราะมาในโถแก้ว แบบว่า ใหญ่มากกกกกกกกก
เหมาะสำหรับ 3-4 คน ขึ้นไป รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ หอมกลิ่นผลไม้สด
ขนมปังมาเสิร์ฟเป็นอย่างแรก
มาในถุงผ้า ที่ช่วยรักษาอุณหภูมิเอาไว้ ไม่ให้เย็นเร็วเกินไป
เสิร์ฟพร้อมเนยสด รสเค็มกำลังดี
ตัวขนมปังเหนียวนุ่ม ผิวกรอบ ๆ
เมนูแรก มาที่จานสลัดกันก่อน กับ สลัดนีซัว
เป็นสลัดผักที่เสิร์ฟพร้อม ปลาทูน่าสด ที่กริลแค่ด้านนอกพอสุก
พร้อมเนื้อล็อบสเตอร์สไลด์ และ Poached Egg
เวลาทาน ต้องคลุกตัว Poached Egg ให้แตก พร้อมราดน้ำสลัดลงไป
รสเปรี้ยว หอม ๆ จากบัลซามิก จานนี้ราคา 550.- ครับ
ต่อกันที่ซุปฟัวกราส์ กับ เนื้อวากิว
เมนูนี้ เป็น แบบครีมซุป แต่ เนื้อไม่เข้มข้นมากนักครับ
ซดได้สบาย ๆ จนหมดถ้วยแบบไม่เลี่ยนเลย
ใส่ฟัวกราส์ที่กริลมาเกรียม ๆ
นอกจากฟัวกราส์ ยังมีเนื้อวากิว ที่สุกแบบมีเดียมแรมาด้วยอีกชิ้น
เนื้อนุ่ม มาก ๆ ฮะ จานนี้ราคา 690.-
จานต่อมาเป็น ปลา Sable
ที่เสิร์ฟในซอสน้ำมันมะกอก
ปลา Sable นี่ ก็ประมาณ ปลาหิมะครับ ญาติ ๆ กัน
เป็นปลาทะเลน้ำลึก(มาก) อาศัยอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค
เนื้อขาวจั๊วะ แถมนุ่มมาก
เชฟทำมาได้สุกแบบพอดีมาก ๆ ครับ
เนื้อปลายังนุ่ม และ ไม่แห้ง เมนูนี้ ราคา 850.-
เมนูถัดมา เป็น
Occitane snail fricassee , espilette bayonne ham & sheep’s milk cheese
หรือ หอยทากจากฝรั่งเศส นั่นเองครับ
มากับซอส และ เสิร์ฟพร้อมขนมปัง
ตัวซอส ได้รสเข้มข้น จากชีสนมแกะ มัน ๆ
ทานคู่กับ บาแก็ต ที่อบมา กรอบ ๆ เมนูนี้ 550.-
ที่ The Roof นี่ จะมีเมนู Stone Grill ที่ขึ้นชื่อของเค้าด้วยฮะ
จะเสิร์ฟเป็น หินร้อน ก้อนโต ๆ แบบนี้ มาให้เรากริลล์เองที่โต๊ะเลย
โดยจะมี เนื้อ ต่าง ๆ ให้เลือกได้
เมนูแรก ลองเป็น Tuna
เสิร์ฟมาชิ้นใหญ่ หนา ๆ แบบนี้ พร้อมซอส 3 แบบ
ทูน่าไม่จำเป็นต้องให้สุกมากครับ ไม่งั้นเนื้อจะแข็งเกินไป
จานนี้ราคา 890.-
อีกเมนู เลือกเป็น ไก่ มาเป็น ส่วนอก ชิ้นโตมาเลย
ก็นั่งกริลล์กันไป หนุกหนาน
หินนี่ให้ความร้อนได้นานพอสมควรครับ
กะว่าเอาให้สุกเกรียม ๆ ยังได้ จานนี้ 490.-
กลางคืนบรรยากาศ ชิล ๆ ดีฮะ
เลยเปลี่ยนเครื่องดื่ม มาเป็น Krombacher Dark Beer ซะหน่อย
เอาใจคนรักแซลมอนกัน กับเมนู Pan-seared Norwegian Salmon
ปลาชิ้นหนา ๆ เสิร์ฟพร้อมมันบดสีสวย ราคา 890.-
แซลมอน เนื้อนุ่ม มัน อร่อยครับจานนี้
อีกเมนู กับ พาสต้า
เป็น ลิงกวินี่ ผัดซอสไวน์แดงกับแซลมอน
ปลาชิ้นโตมาก เส้นหนึบกำลังดี ซอสกลมกล่อม จานนี้ 750.-
ของหวาน จานแรกเป็น Chocolate Trio
เป็นมูสช็อคโกแลต 3 แบบ ที่เสิร์ฟมาพร้อม ช็อคโกแลตซอส
รสของมูสแต่ละแบบ จะแตกต่างกัน
แต่เวลาเราทานรวมกันแล้วมันจะไปฟินในปากอ่ะคับ เมนูนี้ 390.-
ต่อด้วย Green Tea Tiramisu
ที่เปลี่ยนครีมกาแฟแบบเดิม ๆ มาเป็นชาเขียว
ก็ แปลกใหม่ดีคับ เปลี่ยนจากทีรามิสุแบบเดิม ๆ
เมนูนี้ 290.-
สุดท้าย เป็น Apple Crumble ราคา 290.-
เวลาทานให้ตักลงไปถึงก้นถ้วย
จะมีทีเด็ดซ่อนอยู่ครับ เป็น White Chocolate ชิ้น ๆ ฮะ
ก็เป็น อีกที่สำหรับมื้อ Dinner กับ บรรยากาศ ชิล ๆ บนชั้นสูงสุด
เก็บไว้เป็นอีกทางเลือก สำหรับฤดูหนาวนี้ครับ
รูปร้านที่ยังไม่ได้รีวิว เอาใส่เพจไว้ให้ชมกันก่อน ขอบคุณค้าบบ
https://www.facebook.com/reviewbenz47